ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงานแบบไหนดี 

ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงานแบบไหนดี เลือกระบบให้เหมาะกับโหลดไฟและเวลาการทำงาน 

โรงงานที่ต้องการลดค่าไฟด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่า ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงานแบบไหนดี เพราะรูปแบบระบบที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ใช้ไฟ ปริมาณการใช้ไฟ พื้นที่ติดตั้ง ลักษณะหลังคา และเป้าหมายด้านพลังงานของแต่ละโรงงาน การเลือกให้ตรงกับการใช้งานจึงมีผลทั้งต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและความคุ้มค่าของเงินลงทุน 

ประเภทของการติดตั้งโซล่าเซลล์สำหรับโรงงานและการใช้งานที่เหมาะสม 

สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ระบบโซล่าเซลล์สามารถเลือกประเภทของระบบโซล่าเซลล์ได้หลายรูปแบบ โดยแต่ละระบบตอบโจทย์การใช้งานแตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้โรงงานใช้ไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมต้นทุนค่าไฟได้ดีขึ้น 

1. Solar On-Grid เหมาะกับโรงงานที่ใช้ไฟช่วงกลางวัน

Solar On-Grid เป็นระบบที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของโรงงานโดยตรง เมื่อแผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าได้ โรงงานสามารถนำไฟที่ผลิตได้มาใช้กับเครื่องจักร ระบบปรับอากาศ ปั๊ม มอเตอร์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงงาน

ระบบนี้เหมาะกับโรงงานที่มีการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องในช่วงกลางวัน เช่น โรงงานผลิตสินค้า อาคารสำนักงาน คลังสินค้า และโรงงานที่มีเครื่องจักรทำงานในเวลาประมาณ 08.00–17.00 น.

2. Solar Hybrid เหมาะกับโรงงานที่ต้องการบริหารพลังงานมากขึ้น

Solar Hybrid เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโซล่าเซลล์ ระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน เช่น Battery Energy Storage System หรือ BESS

พลังงานที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันสามารถนำมาใช้กับโหลดภายในโรงงาน และพลังงานส่วนหนึ่งสามารถจัดเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ระบบนี้เหมาะกับโรงงานที่มีการใช้ไฟช่วงเย็น มีความต้องการบริหาร Peak Demand หรือต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการพลังงานมากกว่า Solar On-Grid ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม การติดตั้งระบบ Hybrid ต้องพิจารณาความคุ้มค่าของแบตเตอรี่เพิ่มเติม ทั้งขนาดความจุ รูปแบบการใช้งาน อายุแบตเตอรี่ และลักษณะโหลดของโรงงาน

3. Solar Off-Grid เหมาะกับพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้าเข้าถึงยาก

Solar Off-Grid เป็นระบบที่สามารถผลิตและจัดเก็บพลังงานไว้ใช้งานโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมักทำงานร่วมกับแบตเตอรี่

จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าถึงได้ยาก หรือสถานที่ที่ต้องการระบบไฟฟ้าอิสระ เช่น อาคารหรือสถานีที่อยู่ห่างจากระบบไฟฟ้าหลัก

สำหรับโรงงานที่อยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมและมีระบบไฟฟ้าหลักใช้งานอยู่แล้ว Solar Off-Grid อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรก เพราะต้องลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

ตารางเปรียบเทียบระบบโซล่าเซลล์สำหรับโรงงาน

ระบบ ลักษณะการทำงาน เหมาะกับโรงงานแบบไหน
On-Grid ใช้ไฟจากโซล่าเซลล์ร่วมกับไฟฟ้าหลัก โรงงานที่ใช้ไฟสูงในช่วงกลางวัน
Hybrid ใช้ Solar ร่วมกับไฟฟ้าหลักและแบตเตอรี่ โรงงานที่ใช้ไฟหลายช่วงเวลาและต้องการกักเก็บพลังงาน
Off-Grid ผลิตและกักเก็บไฟโดยไม่พึ่งไฟฟ้าหลัก พื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าหรือจำเป็นต้องแยกระบบ

วิธีเลือกขนาดโซล่าเซลล์สำหรับโรงงาน

ขนาดระบบโซล่าเซลล์ไม่ได้กำหนดจากพื้นที่หลังคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับปริมาณไฟฟ้าที่โรงงานใช้และช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟสูง

  1. วิเคราะห์ Load Profile ก่อนกำหนดขนาดระบบ Load Profile คือข้อมูลพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของโรงงานในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงประมาณ 09.00–16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่โซล่าเซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าได้ดี หากโรงงานมีโหลดสูงในช่วงดังกล่าว ระบบโซล่าเซลล์ก็มีโอกาสนำไฟที่ผลิตได้มาใช้ภายในโรงงานได้มาก ทำให้ลดการซื้อไฟจากระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน หากติดตั้งระบบใหญ่เกินกว่าความต้องการใช้ไฟในช่วงกลางวัน อาจเกิดพลังงานส่วนเกิน ซึ่งทำให้ความคุ้มค่าของการลงทุนลดลง
  1. ขนาดระบบที่เหมาะกับโรงงานแต่ละประเภท โรงงานขนาดกลาง / SME ระบบประมาณ 10–50 kW
    เหมาะกับโรงงานขนาดเล็ก อาคารสำนักงาน โชว์รูม หรือกิจการที่มีการใช้ไฟในช่วงกลางวันเป็นหลัก โดยโรงงานที่ต้องการเห็นผลด้านการประหยัดค่าไฟอย่างชัดเจน อาจเริ่มพิจารณาระบบประมาณ 20 kW ขึ้นไป ทั้งนี้ต้องคำนวณจากโหลดจริง
  2. โรงงานขนาดใหญ่ ระบบประมาณ 50–100 kW ขึ้นไป เหมาะกับโรงงานผลิตสินค้า คลังสินค้า ห้องเย็น หรืออาคารขนาดใหญ่ที่มีการใช้ไฟต่อเนื่อง โดยสามารถขยายระบบไปถึงระดับหลายร้อย kW หรือ MW ได้ หากมีพื้นที่ติดตั้งและความต้องการใช้ไฟรองรับ สำหรับโรงงานขนาดใหญ่ การเลือกแผงโซล่าเซลล์ควรให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของแผง ความทนทาน การรับประกัน และความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ติดตั้ง 

เช็กอะไรบ้างก่อนตัดสินใจติดตั้ง

การออกแบบระบบที่ดีควรเริ่มจากข้อมูลของโรงงาน ไม่ใช่เริ่มจากจำนวนแผงที่ต้องการติดตั้ง โดยควรเตรียมข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ค่าไฟฟ้าย้อนหลังอย่างน้อย 3–6 เดือน
  • ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา
  • ช่วงเวลาที่โรงงานเปิดทำงาน
  • กำลังไฟและลักษณะของเครื่องจักร
  • พื้นที่และโครงสร้างหลังคา
  • ทิศทางและเงาบังบริเวณติดตั้ง
  • ขนาดหม้อแปลงและระบบไฟฟ้าภายใน
  • เป้าหมายในการลดค่าไฟ
  • งบประมาณและระยะเวลาคืนทุนที่ต้องการ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้วิศวกรสามารถประเมินขนาดระบบและออกแบบ Solar Rooftop ให้สัมพันธ์กับการใช้งานจริงได้มากขึ้น

ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน ต้องเลือกแผงใหญ่ไว้ก่อนหรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะแผงที่มีกำลังวัตต์สูงไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกโรงงานเสมอไป การเลือกแผงควรพิจารณาทั้งกำลังผลิต ประสิทธิภาพ ขนาดแผง พื้นที่หลังคา อุณหภูมิ สภาพแวดล้อม และเงื่อนไขการรับประกัน หากพื้นที่หลังคามีข้อจำกัด การเลือกแผงประสิทธิภาพสูงอาจช่วยเพิ่มกำลังผลิตต่อพื้นที่ได้

ขณะเดียวกัน โรงงานที่มีพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่ อาจให้ความสำคัญกับต้นทุนต่อกำลังผลิต ความทนทาน และการบำรุงรักษาระยะยาวร่วมด้วย

ระยะเวลาคืนทุนโซล่าเซลล์โรงงาน

ระยะเวลาคืนทุนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดระบบ ค่าไฟฟ้า ปริมาณไฟที่ผลิตได้ สัดส่วนการใช้ไฟจาก Solar และต้นทุนการติดตั้ง จึงไม่ควรกำหนดตัวเลขคืนทุนจากขนาดระบบเพียงอย่างเดียว

ในกรณีที่โรงงานใช้ไฟช่วงกลางวันสูง การนำไฟจาก Solar มาใช้เองในช่วงที่ผลิตได้ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดค่าไฟ และทำให้การลงทุนมีความน่าสนใจมากขึ้น

แผงโซล่าเซลล์โดยทั่วไปถูกออกแบบให้ใช้งานระยะยาวกว่า 25 ปี แต่การประเมินความคุ้มค่าควรดูทั้งอายุระบบ ประสิทธิภาพที่ลดลงตามเวลา ค่า O&M และเงื่อนไขการรับประกันของอุปกรณ์ประกอบด้วย

ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงานกับ กรีนโนวา เอ็นเนอร์จี

หากกำลังมองหาคำตอบว่า ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงานแบบไหนดี บริษัท กรีนโนวา เอ็นเนอร์จี จำกัด สามารถให้คำแนะนำโดยพิจารณาจากลักษณะการใช้ไฟและความต้องการของแต่ละโรงงานเป็นหลัก

แนวทางการทำงานควรเริ่มจากการประเมินข้อมูลการใช้พลังงาน สำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ Load Profile และออกแบบขนาดระบบให้สัมพันธ์กับโหลดจริง ก่อนเลือกอุปกรณ์และกำหนดรูปแบบการติดตั้ง

สำหรับโรงงานที่มีการใช้ไฟในช่วงกลางวัน ระบบ Solar Rooftop แบบ On-Grid สามารถเป็นจุดเริ่มต้นในการลดการซื้อไฟจากระบบหลัก ขณะที่โรงงานที่ต้องการบริหารพลังงานเพิ่มเติมสามารถพิจารณาระบบ Hybrid และ BESS ตามความเหมาะสม

การลงทุนโซล่าเซลล์จึงไม่ควรเลือกจาก ขนาดที่ใหญ่ที่สุด แต่ควรเลือกจาก ขนาดที่เหมาะสมกับการใช้ไฟ พื้นที่ติดตั้ง และเป้าหมายด้านต้นทุนของโรงงาน การวิเคราะห์ข้อมูลก่อนติดตั้งอย่างละเอียดจะช่วยให้โรงงานได้ระบบที่ใช้งานได้จริงและมีโอกาสสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงาน

Q ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงานแบบไหนดี

A หากโรงงานใช้ไฟฟ้าสูงในช่วงกลางวัน ระบบ Solar On-Grid มักเหมาะที่สุด เพราะสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้กับเครื่องจักรและอุปกรณ์ภายในโรงงานโดยตรง ส่วนโรงงานที่ต้องการกักเก็บพลังงานหรือบริหารการใช้ไฟช่วงเวลาอื่น อาจพิจารณา Solar Hybrid ร่วมกับ BESS ตามลักษณะการใช้ไฟ

Q โรงงานควรติดตั้งโซล่าเซลล์ขนาดกี่ kW

A ไม่มีขนาดที่เหมาะกับทุกโรงงาน การกำหนดขนาดควรวิเคราะห์ Load Profile ปริมาณการใช้ไฟ และพื้นที่หลังคาร่วมกัน โดยโรงงานขนาดกลางอาจเริ่มตั้งแต่ประมาณ 10–50 kW ส่วนโรงงานขนาดใหญ่สามารถขยายเป็น 50–100 kW หรือหลายร้อย kW ถึงระดับ MW ได้ตามความต้องการ

Q ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงานต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง

A ควรเตรียมบิลค่าไฟย้อนหลังอย่างน้อย 3–6 เดือน ข้อมูลช่วงเวลาการใช้ไฟ กำลังไฟของเครื่องจักร ชั่วโมงการทำงาน และข้อมูลพื้นที่หลังคา เพื่อให้ผู้ติดตั้งนำไปวิเคราะห์และออกแบบระบบที่เหมาะสมกับการใช้ไฟจริง

Q โรงงานที่ทำงานเฉพาะกลางวันเหมาะกับโซล่าเซลล์ระบบใด

A โรงงานที่มีการใช้ไฟสูงในช่วงกลางวันเหมาะกับ Solar On-Grid เนื่องจากสามารถใช้ไฟจากแผงโซล่าเซลล์ในช่วงที่มีการผลิตไฟได้ทันที ช่วยลดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องซื้อจากระบบไฟฟ้าหลัก

Q ติดตั้งโซล่าเซลล์โรงงานช่วยลดค่าไฟได้มากแค่ไหน

A ปริมาณการประหยัดขึ้นอยู่กับขนาดระบบ ปริมาณแสงแดด ลักษณะการใช้ไฟ และสัดส่วนไฟที่ผลิตได้แล้วนำมาใช้ภายในโรงงาน จึงควรประเมินจากข้อมูลการใช้ไฟจริงก่อนติดตั้ง เพื่อคำนวณผลประหยัดและระยะเวลาคืนทุนได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด

Ribbon