สายด่วนโทร : 064-161-7262

สายด่วนโทร : 064-161-7262
วันนี้ Greenova Energy เลยอยากหยิบเอา โซล่าเซลล์โรงงาน ตัวอย่างจริง มาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึก เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่ากระบวนการเปลี่ยนหลังคาให้เป็นโรงไฟฟ้า มันเข้าไปแก้ปัญหาค่าไฟแพงและช่วยให้ตัวเลขในบัญชีกลับมาเป็นบวกได้อย่างไร
เพราะสำหรับคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะในภาคการผลิต สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดไม่ใช่เรื่องหาลูกค้า แต่เป็นเรื่องการคุมต้นทุน ยิ่งค่าไฟที่เป็นต้นทุนคงที่ขยับตัวสูงขึ้นทุกปี กำไรที่ควรจะได้ก็หดหายไปตามระเบียบ
กรณีศึกษานี้เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขนาดกลางตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ซึ่งเป็น โซล่าเซลล์โรงงาน ตัวอย่างจริง ที่สะท้อนปัญหาของผู้ประกอบการไทยได้ชัดเจนที่สุด โรงงานแห่งนี้มีการเดินเครื่องจักรหนักอย่างเครื่องปั๊มโลหะและเครื่องฉีดพลาสติกตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้าลากยาวไปจนถึง 5 โมงเย็น และมีการทำโอทีต่อเนื่องไปจนถึง 2 ทุ่มในบางวัน
เมื่อทีมวิศวกรเข้าไปตรวจสอบบิลค่าไฟย้อนหลัง 12 เดือน พบข้อมูลที่น่าตกใจคือโรงงานต้องจ่ายค่าไฟเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1.2 ล้านบาท โดยปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่พฤติกรรมการใช้ไฟที่ไปกองรวมกันในช่วง On Peak หรือช่วงเวลา 09.00 ถึง 22.00 น. ซึ่งการไฟฟ้าคิดอัตราค่าไฟแพงที่สุด ยิ่งช่วงบ่ายที่แดดจัด เครื่องปรับอากาศในไลน์ผลิตและออฟฟิศต้องทำงานหนักแข่งกับความร้อนจากหลังคาเมทัลชีท ทำให้กราฟการใช้ไฟพุ่งสูงเสียดฟ้า ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นสูงขึ้นจนเริ่มกระทบกับขีดความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดต่างประเทศ
หลังจากวิเคราะห์ Load Profile หรือกราฟพฤติกรรมการใช้ไฟอย่างละเอียด ทีมงานเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยระบบ Solar Rooftop แบบ On-Grid ขนาด 500 กิโลวัตต์ (kWp) โดยหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แค่การติดแผง แต่มันคือการบริหารจัดการช่วงเวลาการใช้พลังงานใหม่ด้วยเทคโนโลยี
กระบวนการทำงานเริ่มจากช่วงสายที่แดดเริ่มแรง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เครื่องจักรในโรงงานเริ่มสตาร์ทและกินไฟสูง ระบบโซล่าเซลล์จะผลิตไฟฟ้าเข้ามาเติมเต็มความต้องการตรงนี้ทันที แทนที่โรงงานจะดึงไฟจากการไฟฟ้าที่หน่วยละ 4-5 บาทในช่วง On Peak ทั้งหมด ก็จะเปลี่ยนมาใช้ไฟฟรีจากหลังคาตัวเองเป็นหลัก ทำให้กราฟการใช้ไฟจากหลวงที่เคยพุ่งสูงในช่วงกลางวันถูกกดให้ต่ำลงอย่างราบคาบ หรือที่เรียกว่าการทำ Peak Shaving ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยลดบิลค่าไฟได้ตรงจุดที่สุด
นอกจากนี้เรายังแก้ปัญหาเรื่องความร้อนด้วย Physical Installation หรือการติดตั้งทางกายภาพ เพราะการนำแผงโซล่าเซลล์กว่าพันแผงไปวางเรียงบนหลังคา มันทำหน้าที่เปรียบเสมือนฉนวนกันความร้อนชั้นดีอีกชั้นหนึ่ง แผงจะรับแสงแดดไปเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าแทนที่จะปล่อยให้ความร้อนทะลุลงมาสู่ตัวอาคาร เมื่อความร้อนสะสมใต้หลังคาลดลง เครื่องปรับอากาศในไลน์ผลิตก็ทำงานเบาลง กินไฟน้อยลง กลายเป็นการประหยัดสองต่อที่ได้ผลชะงัด
หลังจากระบบเริ่มเดินเครื่องและผ่านการตรวจรับจากการไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว เมื่อนำบิลค่าไฟเดือนแรกมาเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า ผลลัพธ์ที่ได้จาก โซล่าเซลล์โรงงาน ตัวอย่างจริง แห่งนี้เกินความคาดหมายไปมาก
หลายคนเห็นตัวเลขการลดค่าไฟแล้วอาจจะสงสัยว่าทำไมโรงงานนี้ถึงคืนทุนได้เร็วขนาดนี้ ทั้งที่เป็นการลงทุนก้อนใหญ่ คำตอบไม่ได้อยู่ที่ปาฏิหาริย์แต่อยู่ที่การวางแผนที่รัดกุมตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ โซล่าเซลล์โรงงาน ตัวอย่างจริง เคสอื่นๆ
ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญา แน่นอนว่าทางฝั่งเจ้าของโรงงานก็มีข้อกังวลใจหลายอย่างที่เป็นเรื่องปกติของคนทำธุรกิจ แต่หลังจากติดตั้งเสร็จและใช้งานจริง ความกังวลเหล่านั้นก็ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องที่จัดการได้สบายๆ
นี่คือบทพิสูจน์ที่จับต้องได้ว่าการเปลี่ยนหลังคาให้เป็นโรงไฟฟ้า ไม่ใช่การลงทุนตามกระแส แต่เป็นเครื่องมือทางการเงินและวิศวกรรมที่ทรงพลังที่สุดในการลดต้นทุนคงที่ และสร้างกำไรที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจในยุคที่ค่าไฟแพง
