คำนวณ ROI โซล่าเซลล์โรงงาน แบบง่ายที่สุด ฉบับผู้บริหารเข้าใจใน 5 นาที

ROI โซล่าเซลล์โรงงาน

สำหรับการทำธุรกิจ ทุกการจ่ายเงินออกไปต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่าคุ้มค่าหรือไม่ การติดโซล่าเซลล์ก็เช่นกัน ผู้บริหารหรือเจ้าของโรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่อุปกรณ์รักษ์โลก แต่มองว่ามันคือสินทรัพย์ที่ต้องสร้างผลกำไรกลับคืนมาให้บริษัท คำถามสำคัญที่ทุกคนอยากรู้คือ ROI โซล่าเซลล์โรงงาน อยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ และต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะคืนทุน

วันนี้ Greenova Energy จะมาแชร์วิธีคำนวณความคุ้มค่าแบบง่ายที่สุด โดยไม่ต้องใช้สูตรซับซ้อนให้ปวดหัว เพื่อให้คุณประเมินเบื้องต้นได้เลยว่าการลงทุนครั้งนี้จะทำกำไรให้ธุรกิจได้จริงไหม

ตัวเลข 3 ตัวที่ต้องรู้ก่อนเริ่มคำนวณ ROI โซล่าเซลล์โรงงาน

ก่อนที่เราจะไปกดเครื่องคิดเลขเพื่อหาความคุ้มค่า หรือที่เรียกกันว่า ROI เราจำเป็นต้องมีข้อมูลตั้งต้นที่แม่นยำอยู่ในมือก่อน เพราะถ้าตัวเลขตั้งต้นผิด ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเพี้ยนไปหมด ข้อมูลสำคัญ 3 อย่างที่ฝ่ายบัญชีหรือผู้บริหารต้องเตรียมไว้มีดังนี้

  1. บิลค่าไฟรายเดือน ย้อนหลังสัก 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อให้เห็นพฤติกรรมการใช้ไฟที่แท้จริง โดยเฉพาะตัวเลขค่าไฟเฉลี่ยต่อหน่วย ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่มักจะตกอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 5 บาท รวมค่า Ft แล้ว ตัวเลขนี้สำคัญมากเพราะมันคือฐานในการคำนวณเงินที่เราจะประหยัดได้ในแต่ละเดือน
  2. งบประมาณลงทุน หรือราคาติดตั้งระบบโซล่าเซลล์แบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) ซึ่งรวมตั้งแต่ค่าแผง ค่าอินเวอร์เตอร์ ค่าแรงติดตั้ง ไปจนถึงค่าดำเนินการขออนุญาตต่างๆ โดยปกติแล้วงบประมาณจะแปรผันตามขนาดของระบบ ยิ่งติดเยอะราคาต่อวัตต์ยิ่งถูกลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการ คำนวณ ROI ว่าจะออกมาสวยหรูแค่ไหน
  3. กำลังการผลิตไฟรายปี เรื่องนี้อาจจะต้องให้บริษัทติดตั้งช่วยประเมินให้ เพราะต้องดูจากพื้นที่หลังคา ทิศทางแดด และประสิทธิภาพของแผง โดยเฉลี่ยแล้วในไทยระบบ 1 กิโลวัตต์ จะผลิตไฟได้ประมาณ 1,300 ถึง 1,400 หน่วยต่อปี ตัวเลขนี้จะเป็นตัวบอกว่าโรงไฟฟ้าบนหลังคาของเราจะปั๊มเงินคืนมาได้ปีละเท่าไหร่

สูตรคำนวณจุดคุ้มทุนแบบพื้นฐาน

เมื่อได้ตัวเลขครบแล้ว วิธีหาจุดคุ้มทุน หรือ Payback Period แบบง่ายที่สุดที่ใครก็ทำได้ คือการเอา เงินลงทุนทั้งหมด เป็นตัวตั้ง แล้วหารด้วย ค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อปี วิธีนี้จะบอกเราว่าต้องรอกี่ปีกว่าจะได้ทุนคืน และเริ่มกำไรจริงๆ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองมาดูตัวอย่างการ คำนวณ ROI ขนาด 100kW ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นยอดนิยมของ SME 

สมมติว่าใช้งบประมาณลงทุนเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 2,500,000 บาท ระบบขนาดนี้สามารถผลิตไฟได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 11,000 หน่วย เมื่อเอาไปคูณกับค่าไฟเฉลี่ยหน่วยละ 4.5 บาท จะเท่ากับว่าเราประหยัดเงินได้ทันทีเดือนละ 49,500 บาท พอลองคิดเป็นรายปี ก็เอา 49,500 คูณ 12 จะได้ตัวเลขเงินที่เซฟไปได้ถึงปีละ 594,000 บาท

จากนั้นก็เข้าสูตรหาจุดคุ้มทุนได้เลย เอา 2,500,000 (เงินลงทุน) หารด้วย 594,000 (เงินที่ประหยัดได้ต่อปี) ผลลัพธ์ที่ได้คือ 4.2 ปี

นี่คือตัวเลขเบื้องต้นที่บอกว่าคุณจะใช้เวลาประมาณ 4 ปีกว่าๆ ในการดึงเงินทุน 2.5 ล้านบาทกลับมา หลังจากนั้นตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป ไฟทุกหน่วยที่ผลิตได้คือกำไรสุทธิที่คุณได้รับฟรีๆ ไปตลอดอายุการใช้งานแผงอีกกว่า 20 ปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาคืนทุนที่น่าสนใจมากสำหรับการลงทุนเครื่องจักรหรือโครงสร้างพื้นฐาน

ตัวแปรลับทางภาษีที่ทำให้ ROI พุ่งกระฉูด

การคำนวณข้างต้นเป็นเพียงวิธีคิดแบบกำปั้นทุบดินที่ยังไม่ได้รวมสิทธิพิเศษต่างๆ แต่ในโลกธุรกิจจริง การ คำนวณ ROI โซล่าเซลล์โรงงาน ยังมีตัวช่วยพิเศษจากภาครัฐที่ทำให้คืนทุนไวกว่านั้นมาก นั่นคือสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI และการคิดค่าเสื่อมราคา

สำหรับโรงงานที่เข้าข่ายได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะได้รับสิทธิให้นำเงินลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 50% ของเงินลงทุน สมมติลงทุน 2.5 ล้านบาท คุณสามารถเอาไปหักภาษีได้ถึง 1.25 ล้านบาท เหมือนกับรัฐช่วยออกค่าติดตั้งให้ครึ่งหนึ่งทางอ้อม

นอกจากนี้ ในทางบัญชีเรายังสามารถนำมูลค่าระบบโซล่าเซลล์มาคิดเป็นค่าเสื่อมราคา (Depreciation) เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทในแต่ละปีได้อีก ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีปลายปีลงไปได้อีกต่อหนึ่ง เมื่อนำปัจจัยบวกเรื่องภาษีเหล่านี้มาร่วมคำนวณด้วย จะทำให้จุดคุ้มทุนจากเดิมที่ 4.2 ปี อาจลดลงเหลือเพียง 2 ถึง 3 ปีเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม ROI ถึงสูงกว่าการติดบ้านพักอาศัยหลายเท่าตัว

ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์

ถ้าอยากมองในมุมของนักลงทุนว่าผลตอบแทนครั้งนี้ชนะดอกเบี้ยธนาคารหรือเงินเฟ้อไหม ให้ลองใช้สูตรหาเปอร์เซ็นต์ ROI ตลอดอายุโครงการ 25 ปี สูตรคือ (กำไรสุทธิตลอดอายุโครงการ หาร เงินลงทุน) คูณ 100

ลองมาไล่เรียงตัวเลขกันดู สมมติว่าตลอดอายุการใช้งาน 25 ปี ระบบนี้ช่วยประหยัดไฟรวมแล้วประมาณ 14,850,000 บาท (คำนวณจากยอดประหยัดปีละ 5.9 แสนบาท โดยยังไม่คิดกรณีค่าไฟขึ้นราคา ซึ่งจริงๆ อนาคตค่าไฟน่าจะแพงขึ้นอีก) เมื่อหักลบเงินลงทุนก้อนแรก 2,500,000 บาท ออกไป จะเหลือเป็นกำไรสุทธิประมาณ 12,350,000 บาท

ทีนี้ก็เข้าสูตรหาเปอร์เซ็นต์ความคุ้มค่า เอา 12,350,000 (กำไรสุทธิ) หาร 2,500,000 (เงินลงทุน) แล้วคูณ 100 ผลลัพธ์คือ 494%

เห็นตัวเลขเกือบ 500% นี้แล้วคงไม่ต้องอธิบายเยอะว่าทำไมธุรกิจใหญ่ๆ ถึงแห่กันติดโซล่าเซลล์กันหมด เพราะการหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลตอบแทนสูงขนาดนี้ในระยะยาว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในตลาดการเงินปัจจุบัน การ คำนวณ ROI โซล่าเซลล์โรงงาน จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่านี่ไม่ใช่แค่กระแสรักษ์โลก แต่เป็นเครื่องมือทำกำไรที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการยุคนี้

สรุปแล้วคุ้มไหมที่จะลงทุน

จากการ คำนวณ ROI โซล่าเซลล์โรงงาน ที่เราลองกางตัวเลขให้ดู จะเห็นว่าความคุ้มค่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้สึก แต่เป็นคณิตศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ ยิ่งถ้าโรงงานของคุณมีการใช้ไฟกลางวันเยอะ และมีสิทธิขอยื่น BOI ได้ การตัดสินใจติดโซล่าเซลล์คือกลยุทธ์ลดต้นทุนที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้

หากคุณอยากได้ตัวเลขที่แม่นยำเฉพาะเจาะจงกับโรงงานของคุณ Greenova Energy ยินดีเข้าไปสำรวจหน้างานและทำเล่มวิเคราะห์ความคุ้มค่าให้ฟรี เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนที่สุดก่อนตัดสินใจเซ็นอนุมัติ