สายด่วนโทร : 064-161-7262

สายด่วนโทร : 064-161-7262
เวลานักธุรกิจหรือเจ้าของโรงงานเริ่มสนใจพลังงานสะอาด คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาในหัวคือเราควรจะติดตั้งแบบไหนดี ระหว่างการเอาแผงไปติดไว้บนหลังคาโรงงานเดิม หรือจะลงทุนซื้อที่ดินว่างเปล่าเพื่อทำเป็นโรงไฟฟ้าขนาดย่อมไปเลย ความสับสนนี้เกิดขึ้นบ่อยเพราะทั้งสองแบบต่างก็ผลิตไฟได้เหมือนกัน แต่ในรายละเอียดเชิงลึกแล้ว Solar Rooftop vs Solar Farm มีจุดประสงค์และรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
วันนี้ Greenova Energy จะพามาเจาะลึกเปรียบเทียบกันทีละประเด็น เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าโมเดลไหนคือคำตอบที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณกันแน่
ก่อนจะไปดูเรื่องเทคนิค ต้องถามใจตัวเองก่อนว่าเป้าหมายหลักของการติดโซล่าเซลล์คืออะไร เพราะโจทย์นี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางทั้งหมดของการเปรียบเทียบระหว่างสองตัวนี้
นั้นถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการลดรายจ่าย หรือ Cost Saving เป็นหลัก โมเดลนี้คือการผลิตไฟฟ้ามาใช้เองในอาคารหรือโรงงานเพื่อลดบิลค่าไฟรายเดือนทันทีที่ระบบเริ่มทำงาน เหมาะอย่างยิ่งกับธุรกิจที่มีการใช้ไฟช่วงกลางวันเยอะและอยากเปลี่ยนหลังคาว่างเปล่าให้สร้างมูลค่าเพิ่ม ตัดงบค่าไฟที่เป็น Fixed Cost ออกไปจากบัญชี
จะเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางพลังงานในสเกลใหญ่ หรือบางกรณีเพื่อการลงทุนขายไฟ ในอดีตโมเดลนี้ทำมาเพื่อผลิตไฟฟ้าขายคืนให้กับการไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเริ่มมีนิคมอุตสาหกรรมหรือโรงงานขนาดใหญ่ทำโซล่าฟาร์มเพื่อผลิตไฟป้อนเข้าโรงงานตัวเองในกรณีที่พื้นที่หลังคาไม่พอ ซึ่งต้องมีการเดินสายส่งระยะไกลและบริหารจัดการระบบสายส่งไฟฟ้าเอง
เมื่อพูดถึงการเปรียบเทียบระหว่างสองตัวนี้ ปัจจัยเรื่องสถานที่ติดตั้งคือข้อจำกัดที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดและส่งผลต่องบประมาณโดยตรง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละแบบที่สรุปมาจากประสบการณ์หน้างานจริง เพื่อให้คุณนำไปประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ในแง่ของตัวเงิน การเปรียบเทียบโซล่าเซลล์ จะมีความแตกต่างกันในโครงสร้างต้นทุนอย่างสิ้นเชิง สำหรับ Solar Rooftop ต้นทุนหลักจะไปลงที่อุปกรณ์และค่าแรงติดตั้งบนที่สูง ซึ่งมีความยากลำบากและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
แต่เมื่อเทียบกับ Solar Farm ที่ต้องมีค่าโครงสร้างพื้นฐาน ค่าปรับหน้าดิน ค่าก่อสร้างรั้วรอบขอบชิด และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง จะพบว่า Solar Rooftop มักจะมีจุดคุ้มทุนที่เร็วกว่าสำหรับธุรกิจทั่วไปที่มีโรงงานอยู่แล้ว โดยเฉลี่ยจะคืนทุนภายใน 3 ถึง 5 ปี
ส่วน Solar Farm จะเหมาะกับธุรกิจที่มีที่ดินว่างเปล่าเหลือเฟือและต้องการใช้ไฟในปริมาณมหาศาลระดับเมกะวัตต์ ซึ่งพื้นที่หลังคาโรงงานรับไม่ไหว การลงทุนทำฟาร์มถึงจะเริ่มมีความคุ้มค่าจาก Economy of Scale หรือการประหยัดจากขนาดการผลิตที่ใหญ่มากจนคุ้มค่าโครงสร้างพื้นฐานที่ลงไป
คำตอบสุดท้ายของการเลือกระหว่าง Solar Rooftop vs Solar Farm อยู่ที่บริบทของธุรกิจคุณเอง หากคุณเป็นโรงงาน SME หรืออาคารพาณิชย์ที่มีหลังคาว่างและต้องการลดค่าไฟเพื่อเพิ่มกำไร Solar Rooftop คือคำตอบที่ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด
แต่ถ้าคุณเป็นนิคมอุตสาหกรรม หรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีที่ดินรกร้างว่างเปล่า และต้องการความเสถียรของพลังงานสูงสุดโดยไม่เกี่ยงเรื่องงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Solar Farm ก็อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า
การลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว การให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าสำรวจหน้างานและคำนวณความคุ้มค่าเทียบกันทั้งสองแบบ จะช่วยให้คุณเห็นตัวเลขที่แท้จริงและตัดสินใจได้โดยไม่พลาดโอกาสทางธุรกิจ
