สายด่วนโทร : 064-161-7262

สายด่วนโทร : 064-161-7262
ธุรกิจโรงแรมยุคนี้ แค่หาลูกค้าเก่งอาจไม่พอ ถ้าหลังบ้านยังมีรอยรั่วเรื่องค่าไฟที่แก้ไม่ตก การจัดการแบบเดิมๆ ที่ใช้คนคอยเดินปิดเปิดไฟคงไม่ทันกินอีกต่อไป ระบบ Energy management อัจฉริยะจึงเข้ามาเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ช่วยให้เจ้าของมองเห็นทุกการใช้จ่ายด้านพลังงานแบบทะลุปรุโปร่ง บทความนี้จะพาไปดูว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าคุณได้ยังไงบ้าง
การจะวางระบบ Energy management ให้ได้ผลจริง ต้องเริ่มจากการมองเห็นพฤติกรรมการใช้ไฟที่ซ่อนอยู่ก่อน เพราะปัญหาของโรงแรมส่วนใหญ่คือเรารู้ยอดค่าไฟก็ตอนสิ้นเดือนที่บิลมาส่งแล้ว ซึ่งมันสายเกินแก้ เราไม่รู้เลยว่าช่วงเวลาไหนไฟพุ่งสูงสุด หรืออุปกรณ์ตัวไหนกำลังกินไฟผิดปกติ การเปลี่ยนมาใช้ Smart Meter หรือมิเตอร์อัจฉริยะจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตาสับปะรด คอยจับตามองการไหลของกระแสไฟฟ้าในทุกจุดสำคัญของอาคารแบบเรียลไทม์ ทำให้เราเห็นข้อมูลดิบที่เอาไปใช้งานต่อได้ทันทีเพื่อการวางแผนลดต้นทุนที่แม่นยำ
การมีข้อมูลที่ละเอียดระดับนี้ช่วยให้ทีมช่างทำงานเชิงรุกได้ง่ายขึ้น แทนที่จะรอให้ของพังหรือรอให้บิลค่าไฟแพงแล้วค่อยมาหาทางแก้ Smart Meter จะช่วยแจ้งเตือนความผิดปกติให้เรารู้ก่อนล่วงหน้า ถือเป็นด่านแรกของการทำ Energy management ที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจที่พักยุคใหม่
เมื่อเรามองเห็นข้อมูลแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงมือจัดการ หรือที่เรียกว่า Load Control ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบ Energy management ในยุคดิจิทัล การพึ่งพาพนักงานให้เดินปิดไฟหรือคอยปรับแอร์อาจจะไม่ทันกินและมี Human Error ได้ง่าย การใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาช่วยควบคุมโหลดไฟฟ้าแบบอัตโนมัติจะช่วยตัดไฟส่วนเกินทิ้งไปโดยไม่กระทบต่อความสบายของลูกค้า
ค่าไฟกว่า 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของโรงแรมมาจากเครื่องปรับอากาศ การติดตั้งเซนเซอร์ที่ประตูระเบียงเพื่อตัดการทำงานของแอร์ทันทีที่ลูกค้าเปิดประตูทิ้งไว้ หรือระบบ Key Tag ที่ตัดไฟทั้งห้องเมื่อลูกค้าออกไปข้างนอก เป็นมาตรการพื้นฐานที่ต้องมี นอกจากนี้ระบบ Energy management ที่ฉลาดยังสามารถปรับอุณหภูมิแอร์ในล็อบบี้ให้เหมาะสมตามสภาพอากาศภายนอกได้เอง เพื่อเลี้ยงคอมเพรสเซอร์ไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป
ไฟทางเดินและพื้นที่ส่วนกลางมักเป็นจุดที่ถูกเปิดทิ้งไว้เสียเปล่า การใช้ Motion Sensor เข้ามาช่วยในระบบ Energy management จะทำให้ไฟสว่างขึ้นเฉพาะตอนที่มีคนเดินผ่านเท่านั้น หรือการตั้งเวลาเปิดปิดไฟป้ายและไฟสวนให้สัมพันธ์กับเวลาพระอาทิตย์ตกดินของแต่ละฤดูกาล ก็ช่วยลดชั่วโมงการทำงานของหลอดไฟลงได้มหาศาลต่อปี
ในโรงแรมจะมีเครื่องจักรใหญ่ๆ อย่างปั๊มน้ำ เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรม และฮีทปั๊มทำน้ำอุ่น ระบบควบคุมที่ดีจะช่วยจัดคิวการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ให้สตาร์ทพร้อมกัน เพื่อป้องกันไฟกระชากและลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด หรือ Peak Demand ซึ่งเป็นตัวการทำค่าไฟแพง โดยระบบจะเกลี่ยโหลดให้ทำงานในช่วงที่ค่าไฟถูก หรือช่วงที่โซล่าเซลล์ผลิตไฟได้มากที่สุด
ข้อมูลมหาศาลที่เก็บรวบรวมมาได้จะไม่มีประโยชน์เลยถ้ามันดูยากและซับซ้อนเกินไป Dashboard หรือหน้าจอแสดงผลจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนตัวเลขทางวิศวกรรมให้กลายเป็นกราฟที่เข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของกิจการ โดยระบบ Energy management ที่ดีต้องสรุปทุกอย่างมาไว้บนหน้าจอเดียว สามารถเปิดดูสถานะการใช้ไฟของทั้งตึกได้ผ่านแท็บเล็ตหรือสมาร์ตโฟนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ช่วยให้การตัดสินใจสั่งการเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีโดยไม่ต้องรอดูรายงานในที่ประชุม
ความเจ๋งของ Dashboard คือการทำให้เรื่องพลังงานที่เป็นเรื่องเข้าใจยาก กลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ดูรู้เรื่อง ผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมประสิทธิภาพของระบบ Energy management ได้ในแวบเดียว ซึ่งช่วยให้การกำหนดนโยบายประหยัดพลังงานเป็นไปอย่างมีทิศทางและวัดผลความสำเร็จได้จริงเป็นตัวเงินที่เหลือเก็บในกระเป๋า
การลงทุนวางระบบ Energy management คือกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจที่พักที่ต้องการทำกำไรในระยะยาว การมีข้อมูลที่แม่นยำอยู่ในมือจะช่วยให้คุณอุดรอยรั่วค่าไฟได้ถูกจุด เปลี่ยนต้นทุนที่เคยเสียเปล่าให้กลับมาเป็นตัวเลขกำไรสุทธิ เริ่มต้นปรับตัวตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนกว่าเดิม
