วิธีการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้า

6 ขั้นตอนการขอขายไฟให้การไฟฟ้า 2569 พร้อมเงื่อนไข ค่าใช้จ่าย และวิธีสมัคร 

การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในปัจจุบันไม่ได้มีเป้าหมายเพียงช่วยลดค่าไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรายได้จากการ ขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้า ผ่านโครงการโซลาร์ภาคประชาชนได้อีกด้วย หากวางแผนระบบอย่างเหมาะสม เจ้าของบ้านจะสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวัน และส่งไฟฟ้าส่วนที่เหลือกลับเข้าสู่ระบบโครงข่ายเพื่อรับค่าตอบแทนตามอัตราที่ภาครัฐกำหนด 

แม้จะมีเรื่องของเอกสารและขั้นตอนทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กระบวนการโดยรวมไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยคุณสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองหรือให้ผู้รับติดตั้งจัดการให้ตามขั้นตอนหลักดังนี้

  1. เตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำขอ
    • สำเนาบัตรประชาชน
    • สำเนาใบแจ้งค่าไฟฟ้า
    • รายละเอียดทางเทคนิคของแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ (Inverter)
    • รูปภาพถ่ายหลังคาบ้านที่ติดตั้งระบบ
    • ใบรับรองจากวิศวกร (จำเป็นสำหรับกรณีระบบขนาดใหญ่)
  2. ลงทะเบียนแบบคำขอขายไฟฟ้าออนไลน์ ยื่นเรื่องผ่านระบบออนไลน์ตามพื้นที่ที่บ้านของคุณตั้งอยู่
    • กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ (MEA) ยื่นที่ myenergy.mea.or.th
    • ต่างจังหวัด 74 จังหวัด เช่น ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา (PEA) ยื่นที่ ppim.pea.co.th
  3. รอพิจารณาคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความพร้อมของหม้อแปลงในพื้นที่ โดยใช้เวลาพิจารณาเบื้องต้นประมาณ 7–10 วันทำการ
  4. ชำระค่าธรรมเนียมและเซ็นสัญญา หากผ่านการอนุมัติ ต้องชำระค่าเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า เริ่มต้นที่ประมาณ 8,000 บาท ไม่รวม VAT และลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ภายใน 30 วัน
  5. หลังจากลงนามในสัญญา เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้าตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ ณ สถานที่จริง ทดสอบความปลอดภัยของระบบ และติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (Bi-Directional Meter) ซึ่งสามารถวัดปริมาณไฟฟ้าที่รับจากระบบและไฟฟ้าที่ส่งกลับเข้าสู่โครงข่าย เมื่อผ่านการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว เจ้าของบ้านก็สามารถเริ่มขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าได้ทันที

ขายไฟกับ MEA vs PEA แตกต่างกันอย่างไร

ในแง่ของเงื่อนไขและราคารับซื้อนั้น ไม่มีความแตกต่างกัน แต่จะต่างกันที่พื้นที่ให้บริการ ระบบที่ใช้ในการยื่นเอกสาร และความพร้อมของโครงข่ายไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่

ข้อควรรู้ ทั้ง MEA และ PEA ใช้หลักการ มาก่อนได้ก่อน (First-Come, First-Served) โดยมีโควตารับซื้อจำกัดรวมกันเพียง 90 เมกะวัตต์ต่อปีเท่านั้น หากสนใจควรรีบดำเนินการทันทีที่เปิดรับสมัคร

ขายไฟกับ MEA และ PEA ต่างกันหรือไม่

โดยหลักการแล้ว ไม่มีความแตกต่างด้านอัตรารับซื้อและเงื่อนไขสัญญาสิ่งที่แตกต่างคือ

รายการ MEA PEA
พื้นที่รับผิดชอบ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ จังหวัดอื่นทั่วประเทศ
ระบบลงทะเบียน My Energy PPIM
ราคารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย 2.20 บาท/หน่วย
ค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ 2,140 บาท 2,140 บาท
Call Center 1130 1129

เงื่อนไขและข้อจำกัดสำคัญที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง

มีข้อกำหนดสำคัญที่คุณต้องทำความเข้าใจดังนี้

  • ต้องเป็นระบบ On-Grid เท่านั้น ระบบโซลาร์เซลล์ต้องเชื่อมต่อกับโครงข่ายการไฟฟ้า ไม่รองรับระบบ Off-Grid หรือ Hybrid ที่ใช้แบตเตอรี่ล้วนๆ
  • เน้นใช้เองเป็นหลัก วัตถุประสงค์หลักคือผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านตอนกลางวัน และขายเฉพาะ “ส่วนเกิน” ที่เหลือใช้เท่านั้น
  • จำกัดกำลังการผลิตตามระบบเฟสไฟ
    • ผู้ใช้ไฟฟ้า ระบบ 1 เฟส (220 V) ติดตั้งกำลังการผลิตรวมได้ไม่เกิน 5 kWp
    • ผู้ใช้ไฟฟ้า ระบบ 3 เฟส (220/380V) ติดตั้งระบบได้ไม่เกิน 10 kWp
  • ระยะเวลาคืนทุน เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7–8 ปี สำหรับบ้านที่มีพฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวันและขายไฟส่วนเกิน

ขายไฟให้การไฟฟ้าได้ราคาเท่าไหร่

ราคารับซื้อไฟฟ้าคืนอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) ตลอดอายุสัญญา 10 ปี เป็นอัตราคงที่ที่กำหนดโดยภาครัฐภายใต้โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เหมาะสำหรับผู้ที่ติดตั้งระบบ On-Grid ที่ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันสำหรับใช้งานในบ้านก่อน หากมีไฟฟ้าส่วนเกินระบบจะส่งกลับเข้าโครงข่ายของการไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ

รายได้จากการขายไฟจะได้รับทุกเดือน โดยจะถูกนำไปหักลบกับยอดค่าไฟฟ้าก่อน หากมีส่วนเกินจะถูกโอนเข้าบัญชีที่เจ้าของบ้านแจ้งไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)

การขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าต้องเสียภาษีไหม

รายได้จากการขายไฟต้องเสียภาษี โดยการไฟฟ้าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากยอดขายทุกครั้งที่มีการโอนเงินเข้าบัญชี ทำให้เจ้าของบ้านไม่ต้องดำเนินการเสียภาษีเพิ่มเติมในขั้นตอนแรก

อย่างไรก็ตาม หากรายได้รวมต่อปีของผู้ขายเข้าเกณฑ์การยื่นภาษีเงินได้ตามกฎหมาย อาจต้องแสดงรายการนี้ในแบบฟอร์มภาษีด้วย และในบางกรณีที่มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อาจต้องเสีย VAT เพิ่มเติมเช่นกัน

ต้องเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่เพื่อขายไฟหรือไม่

ต้องเปลี่ยนเป็น มิเตอร์ดิจิทัลสองทิศทาง (Bi-directional Meter) เพื่อวัดปริมาณไฟฟ้าที่ไหลย้อนกลับเข้าระบบได้ มิเตอร์ชนิดนี้วัดได้ทั้งไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านและไฟฟ้าที่ผลิตแล้วส่งกลับไปยังการไฟฟ้า ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน

การไฟฟ้าจะเป็นผู้ดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ให้หลังผ่านขั้นตอนตรวจสอบระบบ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และการติดตั้งมิเตอร์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวันจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD)

ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการขายไฟให้การไฟฟ้า

ค่าใช้จ่ายหลักในการยื่นคำขอขายไฟคือ 2,140 บาท (รวม VAT 7%) ซึ่งเป็นค่าตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ เกิดขึ้นหลังจากแบบคำขอผ่านการพิจารณาแล้ว ต้องชำระภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งอนุมัติ หากไม่ชำระภายในกำหนดอาจถือว่าสละสิทธิ์และต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดระบบและอุปกรณ์ที่เลือก โดยราคามักรวมค่าอุปกรณ์ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ โครงเหล็ก สายไฟ และค่าติดตั้ง หากเลือกใช้บริการบริษัทที่ดูแลครบวงจร บางแห่งอาจดำเนินเรื่องยื่นขายไฟให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สรุป

การขายไฟให้การไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าของการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพราะนอกจากช่วยลดค่าไฟแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้ โดยผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการควรเตรียมเอกสารให้ครบ เลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และออกแบบระบบให้เหมาะสมกับการใช้ไฟภายในบ้าน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดในระยะยาว

หากต้องการความสะดวกตั้งแต่การออกแบบระบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการดำเนินการยื่นขอขายไฟ บริษัท กรีนโนวา เอ็นเนอร์จี จำกัด พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การคำนวณขนาดระบบ การเลือกอุปกรณ์ การยื่นเอกสารกับการไฟฟ้า ไปจนถึงบริการหลังการติดตั้ง ช่วยให้การเริ่มต้นใช้พลังงานสะอาดและการขายไฟคืนเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายไฟให้การไฟฟ้า

Q บ้านทั่วไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ขายไฟได้หรือไม่

A ได้ หากเป็นระบบ On Grid และมีขนาดระบบไม่เกินเกณฑ์ที่การไฟฟ้ากำหนด

Q ขายไฟได้ราคาเท่าไหร่ และได้เงินอย่างไร

A ราคาซื้อคืนอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) คงที่ตลอดอายุสัญญา 10 ปี ภายใต้โครงการโซลาร์ภาคประชาชน รายได้จากการขายไฟจะถูกนำไปหักลบกับยอดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน หากมีส่วนเกินเหลือ การไฟฟ้าจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่คุณผูกไว้ในสัญญา

Q ต้องเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่หรือไม่? มีค่าใช้จ่ายไหม

A ต้องเปลี่ยน โดยต้องเปลี่ยนเป็นมิเตอร์แบบดิจิทัลสองทิศทาง (Bi-directional Meter) เพื่อให้สามารถวัดได้ทั้งไฟที่จ่ายเข้าบ้านและไฟที่ส่งย้อนกลับเข้าระบบของการไฟฟ้า ซึ่งขั้นตอนการเปลี่ยนมิเตอร์นี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ โดยการไฟฟ้าจะเข้ามาดำเนินการให้หลังจากตรวจสอบระบบผ่านแล้ว

Q รายได้จากการขายไฟต้องเสียภาษีไหม

A ต้องเสียภาษี โดยทางการไฟฟ้าจะทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากยอดขายให้โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการโอนเงินเข้าบัญชี อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านต้องนำรายได้ส่วนนี้ไปรวมแสดงในแบบฟอร์มยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วย (และหากมีกรณีที่จดทะเบียน VAT อาจมีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง)

Q มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการยื่นขอขายไฟ

A ค่าใช้จ่ายหลักในการยื่นคำขอคือ 2,140 บาท (รวม VAT 7%) ซึ่งเป็นค่าบริการตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ โดยต้องชำระภายใน 30 วันหลังจากได้รับแจ้งอนุมัติ หากชำระไม่ทันจะถือว่าสละสิทธิ์ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะเป็นค่าอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ โครงสร้าง และค่าแรงติดตั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของระบบที่คุณเลือก

Ribbon