สายด่วนโทร : 064-161-7262

สายด่วนโทร : 064-161-7262
การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในปัจจุบันไม่ได้มีเป้าหมายเพียงช่วยลดค่าไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรายได้จากการ ขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้า ผ่านโครงการโซลาร์ภาคประชาชนได้อีกด้วย หากวางแผนระบบอย่างเหมาะสม เจ้าของบ้านจะสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวัน และส่งไฟฟ้าส่วนที่เหลือกลับเข้าสู่ระบบโครงข่ายเพื่อรับค่าตอบแทนตามอัตราที่ภาครัฐกำหนด
แม้จะมีเรื่องของเอกสารและขั้นตอนทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กระบวนการโดยรวมไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยคุณสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองหรือให้ผู้รับติดตั้งจัดการให้ตามขั้นตอนหลักดังนี้
ในแง่ของเงื่อนไขและราคารับซื้อนั้น ไม่มีความแตกต่างกัน แต่จะต่างกันที่พื้นที่ให้บริการ ระบบที่ใช้ในการยื่นเอกสาร และความพร้อมของโครงข่ายไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่
ข้อควรรู้ ทั้ง MEA และ PEA ใช้หลักการ มาก่อนได้ก่อน (First-Come, First-Served) โดยมีโควตารับซื้อจำกัดรวมกันเพียง 90 เมกะวัตต์ต่อปีเท่านั้น หากสนใจควรรีบดำเนินการทันทีที่เปิดรับสมัคร
โดยหลักการแล้ว ไม่มีความแตกต่างด้านอัตรารับซื้อและเงื่อนไขสัญญาสิ่งที่แตกต่างคือ
| รายการ | MEA | PEA |
|---|---|---|
| พื้นที่รับผิดชอบ | กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ | จังหวัดอื่นทั่วประเทศ |
| ระบบลงทะเบียน | My Energy | PPIM |
| ราคารับซื้อ | 2.20 บาท/หน่วย | 2.20 บาท/หน่วย |
| ค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ | 2,140 บาท | 2,140 บาท |
| Call Center | 1130 | 1129 |
มีข้อกำหนดสำคัญที่คุณต้องทำความเข้าใจดังนี้
ราคารับซื้อไฟฟ้าคืนอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) ตลอดอายุสัญญา 10 ปี เป็นอัตราคงที่ที่กำหนดโดยภาครัฐภายใต้โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เหมาะสำหรับผู้ที่ติดตั้งระบบ On-Grid ที่ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันสำหรับใช้งานในบ้านก่อน หากมีไฟฟ้าส่วนเกินระบบจะส่งกลับเข้าโครงข่ายของการไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ
รายได้จากการขายไฟจะได้รับทุกเดือน โดยจะถูกนำไปหักลบกับยอดค่าไฟฟ้าก่อน หากมีส่วนเกินจะถูกโอนเข้าบัญชีที่เจ้าของบ้านแจ้งไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)
รายได้จากการขายไฟต้องเสียภาษี โดยการไฟฟ้าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากยอดขายทุกครั้งที่มีการโอนเงินเข้าบัญชี ทำให้เจ้าของบ้านไม่ต้องดำเนินการเสียภาษีเพิ่มเติมในขั้นตอนแรก
อย่างไรก็ตาม หากรายได้รวมต่อปีของผู้ขายเข้าเกณฑ์การยื่นภาษีเงินได้ตามกฎหมาย อาจต้องแสดงรายการนี้ในแบบฟอร์มภาษีด้วย และในบางกรณีที่มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อาจต้องเสีย VAT เพิ่มเติมเช่นกัน
ต้องเปลี่ยนเป็น มิเตอร์ดิจิทัลสองทิศทาง (Bi-directional Meter) เพื่อวัดปริมาณไฟฟ้าที่ไหลย้อนกลับเข้าระบบได้ มิเตอร์ชนิดนี้วัดได้ทั้งไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านและไฟฟ้าที่ผลิตแล้วส่งกลับไปยังการไฟฟ้า ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
การไฟฟ้าจะเป็นผู้ดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ให้หลังผ่านขั้นตอนตรวจสอบระบบ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และการติดตั้งมิเตอร์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวันจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD)
ค่าใช้จ่ายหลักในการยื่นคำขอขายไฟคือ 2,140 บาท (รวม VAT 7%) ซึ่งเป็นค่าตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ เกิดขึ้นหลังจากแบบคำขอผ่านการพิจารณาแล้ว ต้องชำระภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งอนุมัติ หากไม่ชำระภายในกำหนดอาจถือว่าสละสิทธิ์และต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดระบบและอุปกรณ์ที่เลือก โดยราคามักรวมค่าอุปกรณ์ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ โครงเหล็ก สายไฟ และค่าติดตั้ง หากเลือกใช้บริการบริษัทที่ดูแลครบวงจร บางแห่งอาจดำเนินเรื่องยื่นขายไฟให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การขายไฟให้การไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าของการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพราะนอกจากช่วยลดค่าไฟแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้ โดยผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการควรเตรียมเอกสารให้ครบ เลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และออกแบบระบบให้เหมาะสมกับการใช้ไฟภายในบ้าน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดในระยะยาว
หากต้องการความสะดวกตั้งแต่การออกแบบระบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการดำเนินการยื่นขอขายไฟ บริษัท กรีนโนวา เอ็นเนอร์จี จำกัด พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การคำนวณขนาดระบบ การเลือกอุปกรณ์ การยื่นเอกสารกับการไฟฟ้า ไปจนถึงบริการหลังการติดตั้ง ช่วยให้การเริ่มต้นใช้พลังงานสะอาดและการขายไฟคืนเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
A ได้ หากเป็นระบบ On Grid และมีขนาดระบบไม่เกินเกณฑ์ที่การไฟฟ้ากำหนด
A ราคาซื้อคืนอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) คงที่ตลอดอายุสัญญา 10 ปี ภายใต้โครงการโซลาร์ภาคประชาชน รายได้จากการขายไฟจะถูกนำไปหักลบกับยอดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน หากมีส่วนเกินเหลือ การไฟฟ้าจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่คุณผูกไว้ในสัญญา
A ต้องเปลี่ยน โดยต้องเปลี่ยนเป็นมิเตอร์แบบดิจิทัลสองทิศทาง (Bi-directional Meter) เพื่อให้สามารถวัดได้ทั้งไฟที่จ่ายเข้าบ้านและไฟที่ส่งย้อนกลับเข้าระบบของการไฟฟ้า ซึ่งขั้นตอนการเปลี่ยนมิเตอร์นี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ โดยการไฟฟ้าจะเข้ามาดำเนินการให้หลังจากตรวจสอบระบบผ่านแล้ว
A ต้องเสียภาษี โดยทางการไฟฟ้าจะทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากยอดขายให้โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการโอนเงินเข้าบัญชี อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านต้องนำรายได้ส่วนนี้ไปรวมแสดงในแบบฟอร์มยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วย (และหากมีกรณีที่จดทะเบียน VAT อาจมีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง)
A ค่าใช้จ่ายหลักในการยื่นคำขอคือ 2,140 บาท (รวม VAT 7%) ซึ่งเป็นค่าบริการตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ โดยต้องชำระภายใน 30 วันหลังจากได้รับแจ้งอนุมัติ หากชำระไม่ทันจะถือว่าสละสิทธิ์ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะเป็นค่าอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ โครงสร้าง และค่าแรงติดตั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของระบบที่คุณเลือก




