สายด่วนโทร : 064-161-7262

สายด่วนโทร : 064-161-7262
สระว่ายน้ำสวยๆ คือจุดขายที่ดึงดูดลูกค้าให้กดจองห้องพัก แต่เบื้องหลังความสวยงามนั้นแลกมาด้วยบิลค่าไฟที่แพงหูฉี่ เพราะระบบปั๊มน้ำต้องทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อรักษาความสะอาด ยิ่งเป็นรีสอร์ตที่มีสระใหญ่หรือ Pool Villa หลายหลัง ค่าไฟส่วนนี้แทบจะกินกำไรไปหมด บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าการจับคู่ โซล่าเซลล์กับสระว่ายน้ำ จะช่วยแก้ปัญหาค่าไฟแพงได้จริงไหม และต้องวางระบบยังไงให้คุ้มค่าที่สุด
ถ้ารีสอร์ตของคุณมีสระว่ายน้ำ สิ่งที่กินไฟมากที่สุดไม่ใช่ไฟประดับสวยงาม แต่คือระบบปั๊มน้ำที่ต้องเดินเครื่องหมุนเวียนน้ำแทบจะตลอดเวลาเพื่อให้สระสะอาดใสกิ๊ง โดยปกติแล้วสระว่ายน้ำมาตรฐานต้องมีการเปิดระบบกรองน้ำอย่างน้อย 6 ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมอเตอร์ปั๊มน้ำขนาดใหญ่เหล่านี้กินไฟดุเดือดมาก ยิ่งสระใหญ่ มอเตอร์ก็ยิ่งใหญ่ตามไปด้วย
ข่าวดีคือพฤติกรรมการทำงานของปั๊มน้ำมันแมตช์กับการทำงานของ โซล่าเซลล์กับสระว่ายน้ำ แบบสมบูรณ์แบบ เพราะช่วงเวลาที่เราควรเปิดระบบกรองน้ำคือช่วงกลางวันที่มีคนมาใช้งานและมีแสงแดด ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่แผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าได้พีคที่สุด
เราสามารถตั้งเวลา (Timer) ให้ปั๊มทำงานเต็มสูบในช่วง 10 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมง เพื่อใช้ไฟฟรีจากแดดมาปั่นมอเตอร์แทนการดึงไฟจากการไฟฟ้า วิธีนี้จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟในส่วนของระบบบำบัดน้ำไปได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คุณมีสระว่ายน้ำที่ใสสะอาดพร้อมรับแขกโดยที่ต้นทุนการเดินเครื่องแทบจะเป็นศูนย์
แม้ว่าไฟสระว่ายน้ำส่วนใหญ่จะเปิดในช่วงหัวค่ำซึ่งเป็นเวลาที่แผงโซล่าเซลล์หยุดทำงานไปแล้ว แต่ในมุมของการบริหารจัดการพลังงาน เราสามารถใช้ระบบ On Grid เพื่อหักลบหน่วยไฟฟ้า หรือใช้ระบบ Hybrid ที่มีแบตเตอรี่มาช่วยจัดการตรงนี้ได้ โดยเฉพาะรีสอร์ตที่เน้นบรรยากาศ Pool Villa หรูหรา ไฟใต้น้ำ (Underwater Light) ไม่ได้มีไว้แค่ความสวยงาม แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยที่ขาดไม่ได้
ในปัจจุบันหลอดไฟสระว่ายน้ำเปลี่ยนมาเป็น LED กันหมดแล้ว ซึ่งกินไฟน้อยลงมาก แต่เมื่อรวมกับไฟส่องสว่างรอบสระ (Landscape Lighting) ไฟทางเดิน และไฟประดับต้นไม้ จำนวนหลอดไฟที่เปิดพร้อมกันทั้งรีสอร์ตก็มียอดรวมที่สูงเอาเรื่อง
การลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์โดยมองภาพรวมทั้งรีสอร์ต จะช่วยให้หน่วยไฟฟ้าที่ผลิตเกินในช่วงกลางวัน ถูกนำไปหักลบกับค่าไฟแสงสว่างในช่วงกลางคืนได้ (ในกรณีที่เข้าร่วมโครงการขายไฟคืนหรือ Net Metering ภาคเอกชน) ทำให้ต้นทุนการสร้างบรรยากาศยามค่ำคืนถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
การเลือกอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบที่มีมอเตอร์ปั๊มน้ำขนาดใหญ่นั้นมีความละเอียดอ่อนกว่าบ้านพักอาศัยทั่วไป เพราะมอเตอร์ปั๊มน้ำมีจังหวะกระชากไฟ (Surge Current) ตอนสตาร์ทเครื่องที่สูงกว่าการทำงานปกติหลายเท่า ถ้าเลือกอินเวอร์เตอร์ผิดสเปก อาจทำให้เครื่องตัดการทำงานบ่อย หรือร้ายแรงสุดคือบอร์ดวงจรเสียหายได้
อินเวอร์เตอร์ที่จะนำมาใช้กับโหลดมอเตอร์หนักๆ ควรเป็นรุ่นที่มีความสามารถในการรองรับ Overload ชั่วขณะได้สูง หรือถ้าเป็นระบบขนาดใหญ่ ควรเลือกใช้ระบบ 3 เฟสที่ช่วยบาลานซ์โหลดได้ดีกว่า การมีฟังก์ชัน Soft Start ในตัวระบบปั๊มหรือการใช้อินเวอร์เตอร์ที่ออกแบบมาสำหรับ Inductive Load โดยเฉพาะ จะช่วยให้ระบบทำงานเสถียร ไม่มีการตัดดับให้เสียอารมณ์ตอนแขกกำลังเล่นน้ำ
ห้องเครื่องสระว่ายน้ำมักจะมีความชื้นสูงมาก และเต็มไปด้วยไอระเหยของคลอรีนหรือน้ำเกลือ ซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ การเลือก Inverter สำหรับงานโซล่าเซลล์ ต้องดูค่า IP Rating ที่สูงๆ ระดับ IP65 หรือ IP66 ขึ้นไป เพื่อป้องกันความชื้นเข้าไปกัดกร่อนวงจรภายใน การติดพัดลมระบายอากาศเพิ่มในห้องเครื่องก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์
การบริหารจัดการพลังงานในรีสอร์ตต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำ อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ควรมาพร้อมกับแอปพลิเคชันที่สามารถต่อร่วมกับ Smart Meter เพื่อดูได้ว่าตอนนี้ปั๊มน้ำกินไฟไปเท่าไหร่ และโซล่าเซลล์ผลิตมาจ่ายพอไหม ข้อมูลเรียลไทม์นี้จะช่วยให้ช่างอาคารปรับจูนเวลาการเปิดปิดปั๊มให้แมตช์กับแสงแดดได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อรีดประสิทธิภาพความประหยัดออกมาให้ได้มากที่สุด
การติดตั้ง โซล่าเซลล์กับสระว่ายน้ำ ถือเป็นการลงทุนที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุดสำหรับธุรกิจรีสอร์ต เพราะช่วงเวลาที่ปั๊มน้ำทำงานหนักคือตอนกลางวันซึ่งตรงกับเวลาที่ผลิตไฟได้ฟรีๆ ทำให้ต้นทุนการดูแลสระลดฮวบจนแทบเป็นศูนย์ เปลี่ยนภาระค่าไฟให้กลายเป็นกำไรส่วนต่างได้ทันที แถมยังได้ภาพลักษณ์ที่พักรักษ์โลกเป็นของแถมที่ลูกค้าชื่นชอบอีกด้วย
