สายด่วนโทร : 064-161-7262

สายด่วนโทร : 064-161-7262
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่คนกำลังจะติดแผงผลิตไฟกังวลกันมาก คือเรื่องภาระระยะยาว กลัวว่าติดไปแล้วจะต้องมาคอยประคบประหงมเหมือนรถยนต์ หรือกลัวว่าค่าใช้จ่ายบานปลายจนไม่คุ้มที่ลงทุนไปหรือเปล่า วันนี้ Greenova Energy จะมาไขข้อสงสัยให้ฟังกันแบบหมดเปลือก ว่าจริงๆ แล้วการ ดูแลโซล่าเซลล์ นั้นยากจริงไหม และต้องเตรียมงบต่อปีไว้กี่บาทกันแน่
เรื่องความสะอาดถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่จะกำหนดว่าระบบผลิตไฟได้แรงแค่ไหน เพราะศัตรูตัวฉกาจของแผงโซล่าเซลล์ไม่ใช่ความร้อน แต่เป็นฝุ่นละออง ขี้นก และคราบมลภาวะที่เกาะสะสมอยู่บนหน้ากระจก ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนฟิล์มกรองแสงบดบังไม่ให้แสงแดดส่องถึงเซลล์รับแสงด้านใน
โดยปกติแล้วเราควรมีตารางการ ดูแลโซล่าเซลล์ ด้วยการล้างแผงอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน แต่ถ้าบ้านใครอยู่ใกล้พื้นที่ก่อสร้าง ถนนลูกรัง หรือโรงงานอุตสาหกรรม อาจจะต้องเพิ่มความถี่เป็นทุกๆ 3 เดือน เพื่อไม่ให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟตกลงไปมากกว่า 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ โดยมีข้อควรระวังในการทำความสะอาดดังนี้
อินเวอร์เตอร์เปรียบเสมือนหัวใจและสมองของระบบที่ทำงานหนักตลอดเวลาในการแปลงกระแสไฟฟ้า การตรวจสอบความปกติของเจ้าเครื่องนี้ทำได้ง่ายมากในยุคปัจจุบันและเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรทำเป็นประจำ วิธีการเช็กที่ง่ายที่สุดคือการสังเกตไฟสถานะ LED หน้าเครื่อง ถ้าไฟเป็นสีเขียวหรือสีน้ำเงินนิ่งๆ แสดงว่าระบบทำงานปกติ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ไฟเปลี่ยนเป็นสีแดง หรือมีเสียงร้องเตือน แสดงว่าระบบกำลังฟ้องความผิดปกติบางอย่าง ซึ่งอาจเกิดจากไฟตก ไฟกระชาก หรืออุปกรณ์ภายในมีปัญหา
นอกจากดูไฟสถานะแล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องความร้อน อินเวอร์เตอร์จะทำงานได้ดีในที่อากาศถ่ายเทสะดวก อย่าเอาของไปวางกองขวางทางลม หรือเอาตู้ไปครอบปิดมิดชิดจนเครื่องระบายความร้อนไม่ได้ เพราะความร้อนสะสมจะทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพไวกว่ากำหนด และควรหมั่นดูผ่านแอปพลิเคชันในมือถือเพื่อเช็กยอดผลิตไฟรายวัน หากวันไหนแดดแรงแต่กราฟการผลิตไฟตกวูบหรือเป็นเส้นตรงเรียบผิดปกติ ให้รีบแจ้งศูนย์บริการทันที
ทีนี้มาดูตัวเลขจริงกันบ้างว่าต้องเตรียมเงินเท่าไหร่สำหรับการ ดูแลโซล่าเซลล์ ในแต่ละปี โดยทั่วไปแล้วในช่วง 1 ถึง 2 ปีแรก บริษัทติดตั้งมักจะมีโปรโมชั่นดูแลฟรีให้ แต่หลังจากพ้นระยะประกันบริการไปแล้ว ค่าใช้จ่ายหลักๆ จะวนเวียนอยู่กับสองส่วนนี้
เมื่อรวมตัวเลขคร่าวๆ แล้ว งบประมาณที่ต้องกันไว้สำหรับการดูแลรักษาระบบให้สมบูรณ์พร้อมจะตกอยู่ที่ปีละประมาณ 5,000 ถึง 8,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความปลอดภัยและค่าไฟที่ประหยัดได้ปีละหลายหมื่นบาท
หลายคนอยากประหยัดงบเลยคิดจะปีนขึ้นไปล้างแผงเอง ถามว่าทำได้ไหม คำตอบคือทำได้แต่ต้องมีความระมัดระวังขั้นสุดและต้องประเมินความเสี่ยงหน้างานให้ดี หากหลังคาบ้านของคุณไม่สูงมาก มีทางขึ้นลงสะดวก และมีความลาดชันน้อย คุณสามารถซื้อไม้ม็อบด้ามยาวมาเช็ดล้างเองได้ แต่ข้อห้ามเด็ดขาดคือ ห้ามขึ้นไปเหยียบแผง เพราะน้ำหนักตัวของเราอาจทำให้เซลล์รับแสงข้างในเกิดรอยร้าวเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Micro Crack) ซึ่งจะส่งผลให้แผงเสียถาวรในระยะยาว
นอกจากนี้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการล้างคือช่วงเช้าตรู่ที่แดดยังไม่แรง หรือช่วงเย็นที่แผงเริ่มเย็นตัวลงแล้ว ห้ามเอาน้ำเย็นไปราดล้างตอนเที่ยงๆ ที่แดดเปรี้ยงเด็ดขาด เพราะกระจกแผงที่ร้อนจัดเมื่อเจอน้ำเย็นทันทีอาจเกิดการแตกร้าวจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน (Thermal Shock) ได้
ดังนั้นถ้าหลังคาสูงชันเกินไปหรือไม่มีอุปกรณ์เซฟตี้ การยอมจ่ายเงินจ้างมืออาชีพแลกกับความปลอดภัยของตัวเราเองและทรัพย์สินถือว่าคุ้มค่าและเสี่ยงน้อยกว่ามาก
อีกเรื่องที่คนสงสัยคืออุปกรณ์พวกนี้จะอยู่กับเราไปนานแค่ไหน ตัวแผงโซล่าเซลล์เกรด Tier 1 ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดีเยี่ยม มีอายุการใช้งานยาวนาน 25 ถึง 30 ปี โดยประสิทธิภาพจะค่อยๆ ลดลงเพียงเล็กน้อยตามกาลเวลาเฉลี่ยปีละประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติทางเทคนิค
ส่วนอินเวอร์เตอร์จะมีอายุการใช้งานสั้นกว่าแผงเล็กน้อย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 15 ปี ซึ่งอาจจะต้องมีการเปลี่ยนเครื่องใหม่หนึ่งครั้งตลอดอายุสัญญาของแผง แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ทำให้อุปกรณ์พวกนี้ทนทานขึ้นเรื่อยๆ
สรุปแล้วการ ดูแลโซล่าเซลล์ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แทบจะเป็นระบบที่ทำงานด้วยตัวเองได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแค่เราใส่ใจความสะอาดและหมั่นสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ระบบก็จะผลิตไฟฟรีให้เราใช้ไปได้ยาวๆ จนลืมคืนทุน
