สายด่วนโทร : 064-161-7262

สายด่วนโทร : 064-161-7262
เวลาเราคิดจะติดโซล่าเซลล์ คำถามแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีล้ำยุคอะไรหรอก แต่เป็นคำถามพื้นฐานสุดๆ ว่าติดแล้วคุ้มไหม หรือ โซล่าเซลล์ลดค่าไฟได้เท่าไหร่ กันแน่ เพราะเงินก้อนที่จ่ายไปตอนติดตั้งมันก็ไม่ใช่เล่นๆ ถ้าลดได้แค่หลักร้อยคงไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าลดได้หลักพันจนถึงหลักหมื่น มันก็น่าสนใจขึ้นมาทันที
วันนี้ Greenova Energy จะพามาจับเครื่องคิดเลขคำนวณกันดูแบบง่ายๆ ไม่ต้องจบวิศวะก็เข้าใจได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหลังคาบ้านของเรามีศักยภาพในการปั๊มเงินคืนเข้ากระเป๋าได้มากน้อยแค่ไหน
ก่อนจะรู้ตัวเลขเงินบาท เราต้องรู้ก่อนว่าระบบโซล่าเซลล์ผลิตไฟได้กี่หน่วย หลักการคิดมันตรงไปตรงมามาก คือเอากำลังผลิตของแผงที่เราติด คูณกับชั่วโมงแดดที่ใช้งานได้จริง
ประเทศไทยเราโชคดีตรงที่แดดแรงเกือบทั้งปี โดยเฉลี่ยแล้ววิศวกรจะใช้ตัวเลขชั่วโมงแดดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 4.5 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนที่เหลืออาจจะมีแดดบ้างร่มบ้างก็ถือเป็นของแถมไป
วิธีคิดคือเอาขนาดระบบ (kW) x 4.5 ชั่วโมง = จำนวนหน่วยไฟที่ผลิตได้ต่อวัน พอได้จำนวนหน่วยต่อวันแล้ว ก็เอาไปคูณ 30 วัน เพื่อหาผลผลิตรายเดือน แล้วค่อยเอาไปคูณค่าไฟต่อหน่วย (สมมติเฉลี่ยที่ 4.5 – 5 บาท) ก็จะได้คำตอบคร่าวๆ แล้วว่า โซล่าเซลล์ลดค่าไฟได้เท่าไหร่ ในแต่ละเดือน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราลองมาดูตัวเลขของสองขนาดระบบยอดฮิตที่บ้านส่วนใหญ่นิยมติดกัน คือขนาด 5kW สำหรับครอบครัวขนาดกลาง และ 10kW สำหรับบ้านหลังใหญ่
เริ่มกันที่ ระบบ 5kW ซึ่งเป็นขนาดพิมพ์นิยมสำหรับบ้านที่มีค่าไฟประมาณ 3,000 ถึง 5,000 บาท กำลังผลิตไฟต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 22.5 หน่วย หรือคิดเป็นเดือนละประมาณ 675 หน่วย เมื่อตีเป็นเงินที่ประหยัดได้ จะตกอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าบาทต่อเดือน ซึ่งปีหนึ่งก็เซฟเงินไปได้เกือบ 40,000 บาท ตัวเลขนี้ถือว่าช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้านไปได้เยอะมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่แอร์ทำงานหนัก
ขยับมาที่ ระบบ 10kW สำหรับบ้านใหญ่ที่มีสมาชิกหลายคน หรือมีรถ EV ที่ต้องชาร์จไฟ กำลังผลิตไฟจะสูงขึ้นเป็นเท่าตัว อยู่ที่ประมาณ 45 หน่วยต่อวัน หรือเดือนละ 1,350 หน่วย คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้สูงถึง 6,000 กว่าบาทต่อเดือน หรือปีละกว่า 70,000 บาท เรียกว่าติดทีเดียวครอบคลุมการใช้ไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ๆ ในบ้านได้แทบทั้งหมด
แม้สูตรคำนวณจะดูสวยหรู แต่ในความเป็นจริงตัวเลขอาจจะบวกลบได้นิดหน่อยตามสภาพอากาศของประเทศไทย ข้อดีคือบ้านเราแดดจัดมากทำให้การผลิตไฟทำได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าเรามีฤดูฝนและวันที่ฟ้าครึ้ม ซึ่งอาจทำให้ยอดการผลิตลดลงบ้างในบางวัน
อีกเรื่องที่สำคัญคือความร้อน หลายคนเข้าใจผิดว่ายิ่งร้อนยิ่งดี แต่จริงๆ แล้วแผงโซล่าเซลล์ชอบ “แดดแรง” แต่ไม่ชอบ “ความร้อนสะสม” ถ้าอากาศร้อนจัดเกินไป ประสิทธิภาพแผงอาจดรอปลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางเทคนิค แต่โดยรวมแล้วค่าเฉลี่ย 4.5 ชั่วโมงต่อวันก็ยังเป็นตัวเลขที่เชื่อถือได้สำหรับการประเมินความคุ้มค่าในบ้านเรา
ลองมาดูตัวอย่างจริงจากลูกค้าบ้านเดี่ยวที่เคยติดตั้งไป เป็นครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน พ่อแม่ลูก และมีผู้สูงอายุอยู่บ้านตลอดวัน พฤติกรรมคือเปิดแอร์ 2 ตัวช่วงกลางวัน และมีการซักผ้า รีดผ้า ทำงานบ้านในช่วงที่มีแดด ก่อนติดตั้ง ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 4,500 บาท ซึ่งถือเป็นภาระหนักพอสมควร หลังจากตัดสินใจติดระบบขนาด 5kW และปรับพฤติกรรมมาใช้ไฟช่วงกลางวันให้มากขึ้น ผลปรากฏว่าบิลค่าไฟเดือนถัดมาลดเหลือเพียง 1,200 บาท เท่านั้น
เคสนี้ตอบคำถามได้ชัดเจนเลยว่า โซล่าเซลล์ลดค่าไฟได้เท่าไหร่ คำตอบคือลดได้เกินครึ่ง หากเราเลือกขนาดระบบที่แมตช์กับการใช้งาน และรู้จักบริหารเวลาการใช้ไฟให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่แดดออก
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่แผงราคาแพงที่สุด แต่อยู่ที่การ “ใช้ไฟให้ตรงเวลา” โซล่าเซลล์ระบบปกติจะผลิตไฟได้ตอนมีแดด ถ้าเราไม่อยู่บ้านเลยไฟที่ผลิตได้ก็อาจจะไหลคืนการไฟฟ้าไปฟรีๆ (หรือขายคืนได้ในราคาถูก) แต่ถ้าเราสามารถย้ายกิจกรรมที่กินไฟหนักๆ เช่น เปิดแอร์ ซักผ้า หรือปั๊มน้ำสระว่ายน้ำ มาทำในช่วงกลางวันได้ ความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นสูงสุดทันที
ดังนั้นก่อนติดตั้ง ลองสำรวจบิลค่าไฟและพฤติกรรมตัวเองดู ถ้ามั่นใจว่ามีการใช้ไฟกลางวันเยอะ การติดโซล่าเซลล์คือคำตอบที่จะทำให้คุณยิ้มออกทุกครั้งที่เห็นบิลค่าไฟแน่นอน และถ้าอยากรู้ตัวเลขที่แม่นยำเฉพาะบ้านคุณ Greenova Energy ยินดีช่วยคำนวณให้ฟรี
